อัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เข้าร่วมงานเสวนาเพื่อให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ เรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างสหรัฐฯ–อาเซียน

วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ก.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ก.ค. 2569

| 22 view

เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายจักก์ แสงชัย อัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน พร้อมด้วยรองหัวหน้าสำนักงานของสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ มาเลเซียและเวียดนามประจำสหรัฐอเมริกา ได้เข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในงานเสวนา ASEAN 101 Panel Discussion for U.S. Congressional Staff ในหัวข้อ “Digital Economy: Opportunities for U.S.-ASEAN Cooperation” จัดโดยสถาบัน U.S. Asia Institute (USAI) ณ อาคาร Rayburn House Office Building ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ บุคลากรของสถาบัน USAI และเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ เข้าร่วมงาน จำนวนประมาณ ๔๐ คน

อัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งเป็นความตกลงด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลกและมีกำหนดลงนามในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงมะนิลาในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๙ และมีผลบังคับใช้ในปี ๒๕๗๐ ทั้งนี้ อัครราชทูตฯ ได้ให้ข้อมูลว่า ไทยในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจา DEFA ของอาเซียนได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเจรจากรอบความตกลงดังกล่าวให้มีความคืบหน้า กรอบความตกลงดังกล่าวจะมีส่วนช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล ความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการพัฒนาแนวทางในการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาค ซึ่งคาดว่า กรอบความตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจากที่คาดการณ์ไว้ ๑ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น ๒ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ๒๕๗๓

นอกจากนี้ อัครราชทูตฯ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ของไทย โดยย้ำความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลและการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ การบูรณาการทางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนให้เป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้นจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของภูมิภาคในสายตาของภาคธุรกิจและนักลงทุนสหรัฐฯ รวมทั้งจะช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียนในอนาคต และนำไปสู่โอกาสทางด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม และความร่วมมือในตลาดดิจิทัลที่มีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกต่อไป

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ